Wanphen's profileWanphens spacePhotosBlogGuestbookMore Tools Help

Wanphens space

Photo 1 of 5
  • Send a private message
  • Subscribe to RSS feed
  • Tell a friend
  • Add to My MSN
  • Add to Live.com
  • Add to your network
May 03

Angående ก๊อปปี้มาจากเว็บรักลูก

 

Citat

ก๊อปปี้มาจากเว็บรักลูก
 
บล๊อคที่แล้วเขียนเล่าประวัติตัวเอง ได้กล่าวถึงพี่ชายที่ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ที่จริงเราเองก็โดนก่อนพี่ชายแค่เดือนเดียวเอง แต่เรารอดมาได้ เลยขอก๊อปปี้จากเว็บรักลูกเอามาไว้บล๊อคตัวเอง ไว้เป็นอนุสรณ์สักหน่อย
 
 
แม่เทพธิดา....พ่อเทพบุตรของแม่
1 พ.ย 2550

เมื่อวานสิบโมงเช้าสวีเดน เราโดนรถชนที่ทางม้าลายแท้ๆ มิหนำซ้ำยังไฟเขียวสำหรับคนข้ามถนนซะอิก เรามองซ้ายมองขวาก่อนข้าม และคนอื่นๆ ก็ข้ามด้วย จู่ๆ ก็มีรถสีแดงวิ่งมาชนเรา เรากระเด็นสิบเมตร สลบไปกี่นาทีไม่รู้ พอเรางัวเงียตื่นก็เห็นตำรวจ และฝรั่งมุงมากมาย เราพยายามลุกขึ้น แต่คนมุงทั้งหลายไม่ให้เรากระดุกกระดิก เพราะกลัวกระดูกเลื่อน ตำรวจบอกเราว่ารถพยาบาลกำลังมา ให้เรานอนนิ่งๆ รอ หลายคนเป็นพยานให้ตำรวจว่า ไฟเขียวสำหรับคนเดินเพราะหลายๆ คนก็ข้ามกัน รถคันที่ชนเราก็จอดมาดูเรา

สักครู่รถยาบาลมาถึง ก็หามเราขึ้นแผ่นพลาสติก มัดขา แขน ลำตัว หัว หามขึ้นรถพยาบาล เปิดหวอ........ เรารู้สึกว่าเราอยู่ในรถพยาบาลนานมากๆ เราเลยถามเขาว่าจะพาเราไปไหน เพราะโรงพยาบาลอยู่ไม่ห่างจากที่เราโดนรถชน แค่ไม่ถึงกิโลเมตร พนักงานพยาบาลในรถเลยบอกเราว่าต้องไปอีกเมืองหนึ่ง เพราะเมืองที่เราอยู่เขาไม่มีอุปกรณ์ เขาไม่รับผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุ

เรานอน จนถึงโรงพยาบาล เราลืมตาขึ้น มีหมอจากทั่วทุกมุมโลกก็ว่าได้ประมาณแปดคน หมอคนจีน ถามเราว่าพูดแมนดารินได้ไหม เราเลยบอกว่า หนีห่าว.(สวัสดี).........แค่นั้นแหละ ทั่นร่ายซะยาวเลย........เราเลยบอกว่า แหะๆ ได้คำเดียวนั่นแหละ ฉานน่ะคนไทย ไม่ใช่คนจีน........หมอท่านอื่นๆ ก็จากต่างประเทศทั้งนั้น พูดภาษาสวีดิชไม่แข็งกันซักคน เราต้องถามว่า อิหยังเก๊าะ..........อิหยังเก๊าะ ตลอดเวลา

หมอสวีเดน หนีไปทำที่นอร์เวย์ อเมริกา กันหมด เพราะเงินดีกว่ากัน หมอที่ทำงานที่สวีเดนเลยมีแต่ต่างชาติ

ทั่นเจ้าประคุณทั้งแปด รุมยำเราใหญ่เลย หนีบเสื้อผ้าเราออกหมด แม้กระทั่งยกทรง เราจะเอาแรงที่ไหนไปสู้ล่ะ ก็เราโดนล๊อคซะทุกชิ้นทุกส่วนออกแบบนั้น ยังดียังเหลือกางเกงในไว้หน่อย ถึงตอนนี้เราร้องไห้เลยแหละ เพราะเสื้อผ้าเราเพิ่งซื้ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง กางเกงยีนส์ราคาพันสองร้อยโครน เสื้อกันหนาวราคาแปดร้อยโครน ยังเสื้อข้างในอิกสองตัว แล้วก็ยกทรงราคาสามร้อยกว่า..........แงๆ

หลังจากนั้นเขาก็เข็นเราเข้าห้องเอ๊กซเรย์ หลายห้องมากๆ จนเราเวียนหัว เขาแยกห้องเอ๊กซเรย์หัว แขน ขา ลำตัว ไว้คนละห้อง.........ไม่รู้บ้านเราที่เมืองไทยทำกันหรือเปล่า เราเองก็ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลซักที..........เกิดมาก็เพิ่งเข้าที่สวีเดนตอนคลอดลูกคนแรก แล้วก็คลอดลูกคนที่สอง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่เราเข้าโรงพยาบาล

พนักงานพยาบาล โทรติดต่อแฟนเราไม่ได้ (แฟนเราออกเรือ) ......... เขาเลยโทรบอกคนเลี้ยงเด็กให้ทราบเรื่อง คนเลี้ยงเด็กก็บอกให้เราสบายใจ ถ้าเราไม่ได้กลับบ้านวันนั้น เขาก็จะให้ลูกๆ เรานอนค้างที่บ้านเขา

เราอยู่โรงพยาบาลจากสิบโมงครึ่งตอนเช้า จนถึงห้าโมงเย็น ไม่ได้กินข้าว กินน้ำซักหยดเลยค่ะ

หมออ่านเอ๊กซเรย์แล้วไม่พบกระดูกหัก กระดูกแตก เขาเลยแก้มัดเรา และอนุญาตให้เรากลับบ้านได้ ........เราเลยถามหาเสื้อผ้า ทางโรงพยาบาลเลยให้ยืมชุดยักษ์ ไซส์ฝรั่ง เขาบอกเขาหาเล็กกว่านี้ไม่ได้อิกแล้ว..............เราเลยบอกว่า ให้ฉันนั่งรถไฟกลับบ้าน กับเสื้อผ้าแบบนี้ ฉันไม่กลับนะ........ในที่สุดหมอเลยหารถแท็กซี่ให้.........ค่าแท็กซี่ 400 โครน ทางโรงพยาบาลช่วย 300 โครนค่ะ เราได้จ่ายแค่ร้อยโครน

กลับถึงบ้าน คนเลี้ยงเด็กก็เอาลูกมาส่งค่ะ เด็กๆ วิ่งเข้ามากอดแม่ ถามไถ่สารพัดรถเขาขับชนแม่ที่ไหน ชนแรงไหม แม่กระเด็นไหม แม่สลบไหม เลือดออกไหม เจ็บตรงไหนบ้าง........สารพัดคำถาม แม่น้ำยาหยดแหมะๆ ค่ะ ดีใจที่ได้กลับบ้านมาดูหน้าลูกๆ...........ตอนที่กระเด็นจากโดนชนนั้น ท่องไว้ตลอดว่า ฉันต้องไม่เป็นอะไร ฉันเป็นอะไรไปไม่ได้นะ ใครจะดูแลลูกๆ..........พ่อออกเรือ ญาติๆ ที่อยู่ใกล้เคียงก็ไม่มี

แม่ขอนอนพักผ่อน เด็กๆ หาผ้าห่ม หายาแก้ปวด แก้วน้ำมาไว้ข้างๆ..........แม่แอบปาดน้ำตาอิกแล้วค่ะ ไม่รู้มันมาจากไหน ไหลได้ไหลดี.........ถึงตอนนี้ก็ยังติดต่อพ่อของเด็กๆ ไม่ได้ เลยค่ะ

น้องเพชร (7 ขวบ) หานิทานมาอ่านให้แม่ฟัง แต่โชคไม่ดี น้องเพชรทำหนังสือหล่นใส่ฟันหน้าตัวเอง จนฟันหลุดค่ะ ร้องจ๊ากเลย ก็เขามานอนข้างๆ แม่ แล้วถือหนังสือขึ้นอ่านน่ะค่ะ ผู้อ่านคงนึกภาพออกนะคะ แล้วหนังสือก็หล่นโดนฟันพอดี หนังสือเป็นหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุดน่ะค่ะ ปกมันจะหนามากๆ เลย

เมื่อเช้า น้องพลอย ( 9 ขวบ )ทำอาหารเช้ามาให้ถึงเตียงนอนเลยค่ะ เป็นแซนวิชทาเนย กับแฮมสองชิ้น แล้วก็ช๊อคโกแล็ตอุ่นๆ แม่น้ำตาซึมตามเคย.....ความจริงไม่ใช่แค่ซึมหรอกค่ะ เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่หมดซักที

บางทีแม่ร้อน ก็เอาผ้าห่มออกบ้าง พอเด็กๆ เห็นก็เอาผ้าห่มมาคลุมแขน คลุมคอแม่ แม่เลยแอบเช็ดน้ำตาใต้ผ้าห่มนั่นแหละค่ะ

อาการวันนี้ เจ็บระบมไปทั่วร่างเลยค่ะ แต่ก็อยากประกาศให้ชาวโลกรู้ว่า ฉันน่ะมีลูกน่ารักมากๆ เลย........... เลยยอมคลานจากเตียงมาเขียนนี่แหละค่ะ เขียนซะยาวเลย............ไม่มีสามีอยู่ข้างๆ ไม่มีญาติพี่น้อง......ได้แม่เทพธิดา กับพ่อเทพบุตรของแม่อยู่ข้างๆ คอยดูแลอย่างนี้แม่ก็อุ่นใจ และภูมิใจมากๆ เลยแหละค่ะ

สุขสันต์วันฮาโลวีน นะคะทุกๆ ท่าน

เย็นนี้ถ้าคลานไหวจะแวะเข้ามาดูค่ะว่ามีใครแวะมาดูลูกๆ ที่น่ารักของเราหรือยัง อย่าลืมลงชื่อไว้ให้ชื่นใจด้วยนะคะ

แม่น้องเพชร สวีเดน
 
 
จากเว็บบ้านแปลน (รักลูก) ตอนนี้เขาลบออกแล้วค่ะ ลิงค์ไม่มีข้อมูลแล้ว (3 พฤษภาคม 2552)
 
 

 
 
 
February 26

Canary Islands

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ น้องเพชร น้องพลอย ไปโรงเรียนตามปกติ แต่แล้วเวลาสิบเอ็ดโมงเช้า ครูที่โรงเรียนได้โทรเข้ามือถือเรา ตอนที่เราเห็นเบอร์โรงเรียนลูกนั้นเราก็ตกใจแล้วล่ะ ก็คืนวันศุกร์พวกเราจะต้องออกเดินทางกันพอดีน่ะสิ ครูบอกว่า น้องเพชร ไม่สบายให้เราไปรับกลับบ้านด้วย.......เรากับพ่อน้องเพชร เลยรีบบึ่งรถไปรับลูกกลับบ้านทันทีก่อนอาหารเที่ยงซะอีก.......น้องเพชร มีไข้สูง เราต้องให้ยาตลอดทุกๆ สี่ชั่วโมง
 
ตีหนึ่งพวกเราเช่ารถขับไปที่สถานี่รถไฟ มาลเม่อ เพื่อต่อรถไฟไปสนามบินโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก อากาศคืนนั้นหนาวมากๆ น้องพลอย หนาวซะปากสั่นขนาดมีเสื้อกันหนาวยังเอาไม่อยู่ น้องเพชรมีไข้แกเลยไม่หนาวซักเท่าไหร่.......นั่งรถไฟไปถึงสนามบิน รอขึ้นเครื่องแปดโมงเช้า..........สองชั่วโมงผ่านไป พวกเราก็ถึงสนามบิน บาร์เซโลน่า.........รอต่อเครื่องที่นั่นอีกสี่ชั่วโมง
 
บินจากบาร์เซโลน่า ใช้เวลาอีกสี่ชั่วโมงพวกเราก็ถึง ลาสปาลมาส........นั่งแท็กซี่ต่อไปโรงแรมอีกยี่สิบห้านาที ถึงโรงแรมปาเข้าไปสี่สุ่มเวลาของประเทศสวีเดน (นาฬิกาที่ข้อมือบอกสี่ทุ่ม แต่เวลาที่เกาะของสเปน นั้นแค่สามทุ่ม) ขึ้นห้องนอนกัน เราผอืดผอม อยากอ๊วกมากๆ ส่วนน้องพลอยนั้นวิ่งไปอ๊วกห้องน้ำของโรงแรมทันทีที่ไปถึงซะอีก.........น้องเพชร ยังมีไข้อยู่
 
วันแรกบนเกาะ พวกเราเดินออกกำลังกายตอนเช้า เพื่อนดูบรรยากาศสวยงามของที่นั่น แดดร้อนยี่สิบเอ็ดองศาเซลเซียส ดอกไม้สวยงามไปหมด อากาศสดชื่นริมทะเล โรงแรมขึ้นอยู่รายรอบ หันไปทางไหนก็โรงแรมทั้งนั้น ผู้คนเดินออกกำลังกายกัน นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะเพราะไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว
 
วันที่สองน้องพลอยมีไข้......... วันที่สาม เราเองนี่แหละเป็นไข้ซะเอง.........ตกลงพ่อน้องเพชร รอดอยู่คนเดียว.........ไม่ได้เห็นไหนเลย เป็นไข้กันสามคนแม่ลูก..........แค่เดิน หากินข้าวแถวนั้น........เสียเงินมากมายกับการท่องเที่ยวครั้งนี้ แต่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย...................ไว้โอกาสหน้าละกัน..........เก็บภาพถ่ายมาได้ซักประมาณห้าร้อยภาพนี่แหละ
 
 
Tack för besöket!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
แวะเข้ามาเยี่ยมเสปชค่ะ แล้วก็น้ำลายไหล กับอาหารการกิน เห็นที่อยู่ในครกน่ะค่ะ น้ำลายไหลไปหลายหยดUitgestoken tong ข้าวเหนียวร้อนๆ และก็ผักลวกแนม ...โอ้ว ทรมาน Uitgestoken tong
6 days ago
Teira Naahiwrote:
"Wishing you Wonderful Day"
-Teira-
June 15